Thursday, June 24, 2010

A fun night~~~


จะดีเหรอ คีบอีแตะเนี่ยนะ ผิงเอ่ยถาม ผิงวัยยี่สิบห้าเป็นสาวตัวกลมหน้าตาจิ้มลิ้ม

เธอเป็นเพื่อนสนิทข้างบ้านซึ่งโตมากับผม เราเรียนอนุบาลและประถมมาด้วยกัน

พอมัธยมผมเข้าโรงเรียนสตรี ผิงก็ตามไปเข้าที่เดียวกับผมอีก

พอเข้ามหาลัยผมอยากเรียนนิเทศ ผิงก็เลือกเรียนเหมือนกัน

จนตอนนี้เราสองคนก็ได้มาทำงานเป็นนักข่าวให้หนังสือพิมพ์เดียวกัน

ตอนนี้เราสองคนยืนอยู่หน้าผับชื่อดังของเมืองเล็กๆ

ในประเทศที่ติดกับชายแดนไทยทางภาคใต้ เ

รามาทำข่าวการผู้นำของสองประเทศเปิดตลาดสินค้าใหม่

เออนะไปเหอะ ผมรบเร้า เพราะได้ยินมาจากชาวบ้านว่านี่เป็นผับที่เด็ดที่สุดของเมืองนี้

ผมอยากจะรีบๆ เข้าไปดูซะแล้ว

ไม่เอาอ่ะ มึงแต่งตัวซะดีเลย กูใส่แตะ จะเข้าได้เหรอวะ

ดีตรงไหนเนี่ย ผมคิด ก็แค่กางเกงขาสั้นเลยเข่ามานิด เสื้อยืดแล้วก็รองเท้าผ้าใบ

ผมเดินกลับไปที่รถ เปิดประตูเอารองเท้าแตะออกมา ถอดรองเท้าผ้าใบโยนเข้าไป

อ่ะ เหมือนกันละ เลิกบ่นได้แล้ว ไปได้ยังวะ

ผมปิดประตูรถ หันหน้ากลับมาก็เห็นยัยผิงพยักหน้าหงึกๆ ทำท่าดีใจแบบผู้ชนะซะแล้ว

ผมเดินนำไปโดยที่มียัยผิงเดินตามมาใกล้ๆ

ข้างในมีพวกนักข่าวของอีกหนังสือพิมพ์สามคนซึ่งรู้จักกับพวกเราดีรออยู่แล้ว

หวัดดีพี่ ผมกับยัยผิงยกมือไหว้พี่ๆ ทั้งสามคน

มองไปรอบๆ มีคนท้องถิ่นหน้าตาจีนๆ ยืนอยู่หลายโต๊ะ

แต่ทุกๆโต๊ะจะมีผู้หญิงหุ่นดีอย่างน้อยสองคนคอยยืนบริการและคุยด้วย

ผมได้ยินมาว่าผู้หญิงที่ทำงานที่นี่เกือบทั้งหมดเป็นคนไทย

บนเวทีก็มีวงดนตรีเล่นสด แต่ร้องเพลงจีนที่ผมไม่ค่อยจะเข้าใจเท่าไหร่

ไม่สิ ไม่เข้าใจสักนิดเลยมากกว่า

พนันกันมะไอ้ตาล คืนนี้มึงต้องถ่ายรูป กับผู้หญิงให้ได้สิบคน ยัยผิงท้าผม

อ้าว ชนะแล้วกูได้ไรล่ะ ผมถาม

ไม่ได้ไร นอกจากความมัน เวรกรรม

ตอบอย่างงี้แล้วผมจะทำตามคำท้าของมันทำไมครับเนี่ย ไม่ได้อะไรเลย

มึงไม่กล้าอะดิ อ่อนแอว่ะ ถอดลายแล้วหรอวะ

เออ ก็ได้ผมรับคำท้าเสมอเวลาที่มันว่าผมอ่อนแอ

ก็สมัยเรียนผมใช่ย่อยซะที่ไหนล่ะ ผมเป็นทอมตัวเล็กๆ

หน้าตาอินโนเซ้นของผมนี่แหละที่เป็นจุดขายเลย สาวๆ หลายคนหลงเพราะคิดว่าผมคงไม่ร้ายอะไรนัก

ผมเริ่มสอดส่ายสายตามองไปรอบๆ อีกครั้ง

แล้วก็ไปปะทะกับสายตาคู่หนึ่งของสาวผิวคล้ำหน้าตาคมเข้มที่ยืนอยู่โต๊ะข้างๆ

เธอกำลังมองมาที่ผมอยู่พอดี ผมทำปากเป็นเชิงถามว่า คนไทยหรือปล่าวเหมือนเบียร์ช้างเลย

เธอชี้ไปที่ตัวเองแล้วพยักหน้า แล้วเดินมาที่โต๊ะผม

ผู้ชายสองคนทื่ยืนอยู่โต๊ะเดียวกับเธอมองมาที่ผมด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตรอย่างเห็นได้ชัด

พี่คนไทยหรอคะ ชื่ออะไรเหรอ เธอพูดพร้อมกับมือที่ลูบไปที่เอวผม

ชื่อตาลฮะ แล้วน้องชื่ออะไรล่ะ น้องๆ ที่นี่คนไทยหมดเลยเหรอ ผมถาม

ชื่อบีค่ะ ค่ะนักร้องยันเด็กเสิร์ฟก็คนไทยหมดแหละค่ะ

เธอตอบ ผมชวนเธอมาถ่ายรูปด้วยซึ่งเธอก็ถ่ายอย่างเต็มใจ

แถมยังกอดผมซะแน่น เป็นจังหวะเดียวกับที่นักร้องสาวบนเวทีร้องเพลงไทย

เธอถามผมว่าร้องเพลงนี้ได้ไหม

พอผมบอกว่าได้ น้องบีก็จูงมือผมขึ้นไปบนเวทีแล้วส่งไมค์ให้ผมทันที

ผมงงๆ แต่ก็สวมวิญญาณนักร้องคาราโอเกะที่ร้านลาบแถวบ้าน

ร้องจนจบเพลงทั้งๆ ที่เขินๆ นั่นแหละ เสียงผู้คนตบมือเป่าปากกันเกรียว

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะว่าผมร้องเพราะ หรือพวกเขาดีใจที่ผมร้องจบเพลงซะที

ลงจากเวทีผมก็รีบเดินไปห้องน้ำทันที ก็เมื่อตะกี๊ตอนร้องเพลงผมตื่นเต้นจนฉี่แทบราดนี่นา

ร้องเพลงเพราะจัง คนไทยเหรอคะ

เสียงหวานๆ ทักทายมาจากทางด้านหลังในขณะที่ผมรอเข้าห้องน้ำอยู่

ฮะ คนไทย ผมตอบได้ไม่ยาวนัก เพราะว่าปวดฉี่มาก

พอประตูห้องน้ำเปิด ผมก็รีบก้าวเข้าไปทันที แต่ทว่า

น้องเสียงหวานคนนั้นดันผลักประตูแล้วเดินตามผมเข้ามาด้วย

พี่น่ารักจัง ขอเบอร์หน่อยได้ไหมคะโอ้วมารยาทสูงส่งมาก

มาขออะไรตอนนี้ฟระเนี่ย แต่ให้อภัยได้เพราะความขาวและอึ๋มของน้องเค้า

ผมไม่กล้าไล่น้องเค้าออกไป กลัวไล่แล้วไม่กลับมาอีก

หันไปก่อนได้ปะ พี่ขอฉิ๊งฉ่องก่อน ผมบอก

เธอหันหน้าไปทางประตูแล้วยืนรออย่างไม่อิดออด

พอหายปวดฉี่ ความบ้ากามของผมกลับมาทันที

ผมยืนขึ้นกดตัวเธอให้พิงกับผนังห้องน้ำ เธอไม่ขัดขืน

ผมค่อยๆ ไซร้ซอกคอเธอ มือของผมก็พยายามที่จะล้วงเข้าไปในเสื้อของเธอ

พี่หนูขอเบอร์พี่หน่อยได้ไหมคะ น้องเค้าพูดเสียงสั่น

แลกกันนะครับ ว่าแต่ว่า พี่ขอหนู ได้มั๊ยผมกระซิบเบาๆ ตรงข้างหู

น้องขาวอึ๋มขนลุกอย่างเห็นได้ชัด เธอไม่ตอบ แต่ก็ไม่ได้ขัดขืน

เธอดันตัวขึ้นมานิดหนึ่งจากฝาผนัง ผมจึงล้วงเข้าไปปลดสายเสื้อในเธอได้สะดวกนัก

ผมถลกเสื้อของเธอขึ้นและมองไปที่หน้าอกขาวสวยของเธออย่างเต็มตา

น่าจะสักสามสิบสี่ได้มั๊ง แต่ช่างเหอะ ผมไม่ใช่ช่างตัดเสื้อนี่ครับ

หน้าที่ของผมตอนนี้ไม่ใช่จะมาวัดขนาดหน้าอกของเธอสักหน่อย

มือทั้งสองข้างของผมขยำหน้าอกของเธอ สลับกับการเขี่ยไปที่ยอดของพวกมันทั้งสอง

เธอครางเสียงกระเส่า จนผมต้องใช้ปากของผมจัดการบดบังเสียงของเธอเอาไว้

ผมสอดขาของผมเข้าไประหว่างขาทั้งสองข้างของเธอที่ยืนอยู่ เธอกอดผมแน่น

ผมเลื่อนปากลงมาจัดการกับหน้าอกของเธอ

มือของเธอตอนนี้จับแน่นอยู่ที่หัวของผม

เธอแอ่นหน้าอกสู้ลิ้นผมที่ตวัดไปมาทั้งสองข้าง

ผมปลดกระดุมกางเกงยีนส์ของเธอโดยที่เธอขยับช่วยผม

ไม่นานกางเกงยีนส์พร้อมด้วยกางเกงในตัวจิ๋วของเธอก็เลื่อนลงมาอยู่ที่เข่า

ผมรีบจัดการกับเธอที่อยู่ตรงหน้าทันที

เพราะมีเสียงเคาะประตูดังอยู่หลายครั้ง ก็ห้องน้ำมันมีอยู่แค่สองห้องเองนี่นา

ผมรีบสอดนิ้วเข้าไปในน้องสาวของเธอที่เปียกชุ่มพร้อมสู้ศึก

ผมค่อยๆสอดนิ้วเข้าไปทีละนิ้ว แต่เข้าได้แค่สองนิ้วก็แน่นไปหมด

น้องสาวของเธอบีบรัดนิ้วของผมจนปวด ผมเคยคิดว่าผู้หญิงที่ทำงานแบบนี้คงจะไม่ฟิตแล้ว

แต่กับเธอคนนี้ ผิดคาดจริงๆ ฮะ

ผมจับเธอให้หันหลังให้ผมแล้วหันหน้าชนกำแพง

คราวนี้ผมขยับนิ้วเข้าไปได้ง่ายขึ้น ผมค่อยๆ ขยับนิ้วเข้าออก

ส่วนมืออีกข้างก็คลึงสองเต้าของเธอไปด้วย

เธอร้องครางเสียงดังจนผมต้องเคลื่อนมือจากเต้าไปปิดปากเธอไว้

แต่เธอกลับกัดมือผม ผมทั้งเจ็บทั้งมัน

เธอใช้มือทั้งสองข้างของเธอคลึงเคล้นสองเต้าของตัวเอง

เสียงเคาะประตูที่ดังไม่หยุดทำให้เราสองคนต้องเร่งมือ

ผมซอยแบบสุดแรงเกิด จนน้องสาวของเธอกระตุกปล่อยน้ำออกมาจนชุ่มมือผม

ส่วนร่างกายผมก็เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อจากการออกกำลังกายตอนดึกในที่แคบๆ แบบนี้

ผมจูบรอยสักรูปดาวที่ต้นคอเธอเบาๆ แล้วจึงค่อยๆ ดึงมือออก

ผมไม่ลืมที่จะหยิบมือถือออกมาถ่ายรูปคู่กับเธอ แล้วก็กดเบอร์ตัวเองให้เธอไป

มีผู้หญิงสองสามคนยืนรออยู่หน้าห้องน้ำตอนที่เราสองคนออกมา

ผมไม่ได้สนใจอะไรมากมายนอกจากรู้ว่า มีคนหนึ่งดัดฟัน น่ารักมาก

ผมเดินผ่านพวกเธอเพื่อไปล้างมือ ส่วนน้องคนเมื่อตะกี๊ออกจากห้องน้ำไปแล้ว

ตายละ ชื่ออะไรผมก็ไม่รู้ซะด้วยสิ

เข้าไปทำอะไรตั้งนานสองนานคะพี่ เสียงหวานๆ อีกเสียงแล้ว

ผมเงยหน้ามองเงาในกระจก น้องคนที่ดัดฟันนั่นเอง

แจ็กพอตสิครับงานนี้ สเป็คเลย ขาวๆ หมวยๆ สูงๆ ดัดฟัน

ผมยิ้มให้เธอในกระจก แต่ไม่ได้ตอบอะไรไป

เธอเดินเข้ามากอดผมจากทางด้านหลัง

กระซิบเบาๆ ที่ข้างหูผม

พี่ชอบไอยุ้ยจริงๆ หรอ มันไม่ได้ชอบทอมหรอก แต่หนูนี่ดี้ของแท้นะพี่

แล้วหนูก็ชอบพี่ด้วย



Saturday, June 19, 2010

คืนเหงา

แสงไฟสีเหลืองที่หัวเตียงยังคงส่องสว่างอยู่
เที่ยงคืนแล้วสินะ
สายตาของผมยังคงจับจ้องไปที่ข้างฝา
เหมือนกับสามชั่วโมงก่อนหน้านี้ไม่มีผิด
เธอกำลังมองมาที่ผม
ต่างก็แต่ตรงที่ว่า
สายตาของเธอในภาพที่แขวนอยู่บนข้างฝานั้น
ช่างต่างกับสายตาของเธอ
ที่มองผมก่อนจะเอ่ยคำลา
สามชั่วโมงก่อนหน้านี้
เธอมองผมด้วยสายตาที่เย็นชาและบอกผมว่า
เธอไม่รักผมแล้ว

ผมบังคับตัวเองให้ละสายตาออกภาพที่สวยงามของเธอภาพนั้น
ขยับแขนที่อ่อนแรงเพื่อหยิบหนังสือเล่มหนึ่งออกจากกองหนังสือข้างเตียง
ผมก็แค่อยากจะขยับตัวทำอะไรบ้าง
ผมพลิกหน้าหนังสือไปมา อ่านบ้างไม่อ่านบ้าง
แต่มาสะดุดอยู่กับหน้าหนึ่งที่มีสีสันสดใส และภาพหญิงสาวในชุดบิกินี่
“บริการคลายเหงา”

ใช่สิ ผมกำลังเหงา เธอที่เคยเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของผมมานานหลายปี
อยู่ดีๆ เธอก็เดินจากไป
ผมกดโทรศัพท์ตามเบอร์ที่เห็น
ไม่นานก็มีเสียงหวานๆ รับสาย
“ค้างคืน สองพันห้า”
เสียงปลายสายบอกผม
สองพันห้ามันคงไม่มากเกินไป
แลกกับการมีใครสักคนมาแทนที่เธอในคืนเหงาๆ แบบนี้

ผมตอบตกลง ให้รายละเอียด และวางสายลง
ผมเอนตัวลงนอนหลับตา รอให้เวลาผ่านไปเรื่อยๆ
ปลายสายบอกผมว่ารอสามสิบนาที สินค้าจะถึงที่หมาย
สินค้าเหรอ
ผมนึกถึงเวลาที่ผมหิวแทบขาดใจแล้วโทรสั่งพิซซ่า
คืนนี้ผมหิว... แต่ต่างกันตรงที่สินค้าไม่ใช่พิซซ่าอีกต่อไปแล้ว

ผมเกือบจะเผลอหลับไปแล้ว
ถ้าเสียงกริ่งหน้าบ้านไม่ดังขึ้น
มองผ่านกระจกหน้าต่างออกไปผมเห็นเธอคนนั้น
ที่ถูกเรียกว่า สินค้า อยู่ในชุดเสื้อกล้ามกระโปรงยีนส์สั้น
เธอเป็นแบบที่ผมเจาะจงไปอย่างเห็นได้ชัด
ผอม สูง ผมยาวหยักศก .. เหมือนเธอที่เพิ่งทิ้งผมไป
ผมลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เข้าที่
ผมยังอยู่ในชุดทำงานทั้งๆ ที่เลยเวลาเลิกงานมานานแล้ว

ผมเปิดประตูให้เธอเข้ามา เธอมองผมตาไม่กระพริบ
คงจะแปลกใจที่คนที่จ้างเธอคืนนี้ ไม่ใช่ ผู้ชาย
ผมยื่นเงินให้เธอสองพันห้า เธอเก็บมันใส่ลงในกระเป๋าหรูที่ถือมาด้วย

“ชื่ออะไรล่ะ” ผมถามไปอย่างนั้น ทั้งๆ ที่ใจจริงไม่ได้อยากรู้สักเท่าไหร่
เธอไม่ตอบ แต่กลับเดินเข้ามาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนของผม
เธอถอดเสื้อเชิ้ตของผมออกจนผมเหลือแต่เสื้อกล้าม
เธอลูบและค่อยๆ จูบลงไปที่รอยสักลายมังกรที่หัวไหล่ของผมอย่างแผ่วเบาจนผมขนลุก

เธอดันผมลงไปนั่งพิงอยู่บนโซฟาสีเทาตัวโปรดของผม
และตามขึ้นมานั่งคร่อมอยู่บนตัก
กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ของเธอลอยมาปะทะจมูกผม
ผมแทบไม่เชื่อตัวเองว่ามันเป็นกลิ่นเดียวกับเธอ... ที่ผมคุ้นเคย
นั่นยิ่งทำให้ผมรู้สึกเร่าร้อนยิ่งขึ้น

ผมถอดเสื้อของเธอออก เหลือแต่บราที่สีดำตัดกับสีผิวของเธอ
ผมโน้มตัวเธอลงมา
เธอเลื่อนริมฝีปากบางที่ถูกป้ายไว้ด้วยสีชมพูอ่อนมาประกบกับริมฝีปากของผม
ปลายลิ้นของเธอถูกส่งผ่านเข้ามาจนผมรู้สึกได้ถึงไออุ่น
แขนข้างหนึ่งของผมกอดรัดให้เธอเข้ามาใกล้
ส่วนมืออีกข้างของผมใช้คลึงเค้นสองเต้าของเธออย่างเมามัน

เธอที่อยู่ตรงหน้า มีส่วนคล้ายกับ ..เธอ.. ที่เพิ่งทิ้งผมไป
นี่เป็นสิ่งที่ทำให้ผมอารมณ์พลุ่งพล่าน
ผมถอนริมฝีปากของผมออกจากริมฝีปากของเธอ
ผมสบตาเธอ เธอจ้องตาผมกลับด้วยสายตายั่วยวน
พร้อมกับกัดริมฝีปากของตัวเองไปด้วย
มือทั้งสองข้างของผมเคลื่อนไปด้านหลังของเธอเพื่อ
ปลดตะขอบราของเธอออก

ผมรุกเร้าสองเต้าของเธอทันทีที่มันถูกปลดปล่อยออกมาท้าทายอยู่ตรงหน้า
เสียงครวญครางแผ่วเบาและลมหายใจอุ่นๆของเธอถูกส่งผ่านอยู่ข้างๆหูผม
เหมือนเธอตั้งใจให้ลมหายใจนั้นทำให้อารมณ์ผมกระเจิดกระเจิง
มากไปกว่าที่เป็นอยู่ และมันก็ได้ผลซะด้วยสิ
แอร์คอนดิชั่นที่ถูกตั้งอุณหภูมิไว้สิบแปดองศา
ไม่ได้ช่วยให้ความร้อนรุ่มในตัวผมเบาบางลงได้เลยแม้แต่น้อย

ผมใช้ลิ้นวนเวียนอยู่กับทั้งสองเต้าของเธออย่างไม่รู้จักเบื่อ
แสงสีเหลืองอ่อนๆ กับเงาสะท้อนที่อยู่บนข้างฝา
ทำให้ภาพของผมกับเธอดูราวกับหลุดออกมาจากหนังเรทอาร์สักเรื่อง

สองมือของเธอทั้งลูบไล้และจิกไปที่แผ่นหลังของผม
เธอพยายามจะถอดเสื้อกล้ามของผมออก แต่ผมขยับตัวเป็นเชิงขัดขืน
แล้วค่อยๆ ดันตัวเธอออกเพื่อให้นอนลงบนโซฟา

ผมลุกขึ้นช้าๆ สบตากับเธอแวบหนึ่งแล้วสำรวจร่างกายของเธอที่ตอนนี้
ด้านบนเปลือยเปล่า
ผมเคลื่อนย้ายร่างกายของผมให้ทับอยู่บนร่างกายของเธอ
มือขวาของผมค่อยๆ ลูบไล้ไปทั่วขาอ่อนของเธอ
ผมรู้สึกถึงความอุ่นและน้ำรักของเธอเมื่อผมเลื่อนมือเข้าไปสัมผัส
สิ่งที่อยู่ภายใต้การบดบังของกระโปรงสั้นตัวนั้น

เธอจับมือและมองตาผมเป็นเชิงขอร้องให้รุกเร้า
แต่ผมไม่.....
ผมดึงมือกลับ แล้วค่อยๆ ถอดกระโปรงและจีสตริงของเธอออก
ผมถอยตัวออกมานั่งพิงลงบนโซฟาฝั่งตรงข้าม
เพื่อมองร่างกายเปลือยเปล่าของเธออยู่ตรงหน้า

ผมลุกขึ้นเดินไปที่ตู้เย็นหยิบไวน์แดงเทใส่แก้ว
แล้วกลับมานั่งที่เดิม
“ทำให้ดูหน่อยสิ” ผมเอ่ยเสียงแข็ง

เธอยิ้มให้ผมลุกขึ้นนั่งคุกเข่าหันหลังให้ผมเป็นท่าด๊อกกี้ สไตล์
มือขวาของเธอทั้งลูบไล้และเขี่ยไปมาอยู่ที่ติ่งเสียวของเธอเอง
ส่วนมือซ้าย เธอใช้มันเพื่อขยำสองเต้า

เธอส่งเสียงครวญครางพร้อมกับบิดร่างกายไปมา
เธออยู่ในท่านั้นสักพักก็หันหน้ามาทางผม
หลังของเธอพิงอยู่กับโซฟา มือทั้งสองข้างของเธอ
ยังคงทำหน้าที่อย่างต่อเนื่อง

ผมวางแก้วไวน์ลงแล้วก้าวเข้าไปยืนตรงหน้าเธอ
มือที่ทำหน้าที่ของเธอเคลื่อนมาลูบไล้แผ่นหลังและหน้าท้องของผม
โดยลอดผ่านเสื้อกล้ามบางๆ ที่ผมใส่อยู่
เธอจูบและลากลิ้นวนเวียนอยู่ที่ท้องของผมอย่างแผ่วเบาจนผมขนลุก

ผมคุกเข่าลงบนพรมหน้าโซฟาแล้วใช้มือขวาของผมจับไปตรง
สามเหลี่ยมของเธอที่ตอนนี้เปียกชุ่มไปด้วยน้ำ
ซึ่งบ่งบอกถึงความต้องการของเธอที่มีอย่างเปี่ยมล้น
เธอจับมือผมให้ค่อยๆ กดลงไป
ความเปียกชุ่ม ทำให้ผมสามารถดันนิ้วเข้าไปได้ในคราวเดียวกันถึงสามนิ้ว
ผมกระซิบถามเธอว่าเจ็บไหม แต่เธอส่ายหน้า

ผมค่อยๆ ดันมือเข้าออกอย่างช้าๆ แต่เธอกลับโยกตัวอย่างรุนแรง
จนทำให้ผมต้องเร่งจังหวะตามไปด้วย
เธอร้องครวญครางเสียงดัง ทำให้ผมรู้สึกเมามันในอารมณ์
ผมส่งแรงทั้งหมดที่มีอยู่ในตัวผมเข้าสู่ตัวเธออย่างไม่ยั้ง
นี่แหละมั๊งครับ ที่เค้าเรียกกันว่า ใส่ไม่ยั้ง

เราอยู่กันท่านั้นสักพัก ผมลุกขึ้นนอนเหยียดลงบนโซฟา
เธอตามมาคร่อมนิ้วทั้งสามของผมไว้
และจูบคลอเคลียไปทั่วร่างกายผม
ผมขยับนิ้ว
พร้อมกับเธอที่ขยับส่วนล่างของเธอไปเรื่อยๆ
มือของผมเปียกชุ่มไปด้วยน้ำรัก ไม่สิ
ไม่ใช่น้ำรัก จะเรียกว่าน้ำหลงได้มั๊ยล่ะครับ

ผมดันตัวลุกนั่งขึ้นเมื่อเห็นว่าจังหวะของเธอแผ่วเบาลง
ผมซุกไซร้และคลึงเค้นทั้งสองเต้าของเธอ
ส่วนมือขวาของผมก็ยังคงทำงานอย่างต่อเนื่องไม่มีหยุดหย่อน
เธอกระซิบบอกผมให้เร่งมือให้เร็วขึ้นและอย่าหยุด
เธอใกล้จะถึงที่หมายแล้ว
ผมขยับและกดเธอให้นอนลง
พร้อมทั้งทำตามที่ “สินค้า”ของผมสั่ง
ผมขยับเข้าออกอย่างไม่ยั้งและรวดเร็วจนเธอครางลั่น
ไม่นาน.. ร่างกายของเธอร้อนผ่าว มือทั้งสองข้างของเธอ
จิกไปที่หลังผมจนผมเจ็บและแสบไปหมด
แต่ยิ่งเจ็บเท่าไหร่
ผมก็ยิ่งเร่งมือให้แรงและเร็วเท่านั้น
ไม่กี่นาที เธอก็กอดรัดผมจนแน่น
นิ้วทั้งสามของผมถูกบีบรัดจนแน่นด้วยเครื่องมือทำมาหากินของเธอ
ร่างกายของเธอกระตุกเบาๆ เธอจูบปากผมเบาๆ
แขนทั้งสองของเธอผ่อนคลายความแน่นที่กอดรัดอยู่เมื่อครู่

ผมค่อยๆ ดึงนิ้วทั้งสามที่ปกคลุมไปด้วยร่องรอยการถึงสวรรค์ของเธอออกมา
เธอสะดุ้ง... ผมมองหน้าเธอยิ้มๆ
ผมไม่พูดอะไรแต่ลุกเดินไปเทไวน์ให้เธอแก้วหนึ่ง
เธอนั่งจิบไวน์ด้วยร่างกายที่เปลือยเปล่าโดยมีผมนั่งมองอยู่
เสียงเพลง How Cold an Angel Break My Heart
จากดีวีดีแผ่นโปรดของผมที่เพิ่งถูกเปิดเมื่อตอนที่ผมเดินไปเอาไวน์ให้เธอ
ช่วยสร้างบรรยากาศของคืนนี้ให้น่าอยู่มากขึ้น

ผมลุกยืนขึ้นแล้วถอดเสื้อกล้ามของผมออก
เหลือแต่สเตย์ที่รัดบดบังสัดส่วนความเป็นหญิงของผมไว้
เธอมองรอยสักที่มีอยู่เต็มไปหมดทั่วแผ่นหลังของผม
แล้วเดินเข้ามากอดผมจากทางด้านหลัง
เธอจูบพรมไปทั่วหลัง แล้วพยายามล้วงมือขวาเข้าไปในกางเกงแสล็คสีดำที่ผมใส่อยู่
ผมขยับตัวหนี พร้อมกับค่อยๆ หมุนตัวเพื่อให้เธอมาอยู่ด้านหน้า
ผมไม่อยากเร่งรีบเพราะต้องการที่จะใช้เวลาทั้งคืน
ให้คุ้มกับเงินที่ผมจ่ายไป
ผมหยิบแก้วไวน์จากบนโต๊ะ ทำท่าจะชนกับแก้วไวน์ที่เธอถืออยู่
แต่พอผมเลื่อนมือที่ถือแก้วเข้าไปใกล้
เธอกลับราดไวน์จากแก้วที่เธอถืออยู่ลงไปบนเต้าสวยคู่นั้น

ผมวางแก้วในมือผมลงแล้วจัดการลงมือดื่มไวน์จากเต้าอย่างช้าๆ
และละเมียดละไมเหมือนกลัวมันจะหมดไปยังไงยังงั้น
เธอลูบหัวผมเบาๆ เหมือนอย่างที่เธอคนนั้นของผมเคยทำ
เธอซ้ายของเธอจับมือขวาของผมไว้
และมือขวาของเธอก็ปลดสเตย์ที่รัดร่างกายท่อนบนผมไว้
จากนั้นเธอค่อยๆ เลื่อนมือไปปลดตะขอกางเกงผมออกอย่างง่ายดาย
จนมันตกลงไปกองอยู่ที่พื้น เหลือแต่กางเกงในแบบผู้ชาย
สีน้ำเงินเข้มเป็นปราการด่านสุดท้ายของผม
คราวนี้ผมไม่ขัดขืนแล้ว
ความอ่อนโยนผสมกลมกลืนไปกับความเซ็กซี่ของเธอคนนี้
ทำให้ผมคิดฝันไปว่า ผมกำลังร่วมรักอยู่กับเธอ..อีกคนหนึ่ง
ผมหลับตา และปล่อยอารมณ์ตามไปเมื่อมือของเธอเลื่อน
ผ่านผ้าบางๆ ที่ปิดกั้นระหว่างส่วนสำคัญของร่างกายผมกับของเธอ

ผมรู้สึกเหมือนกำลังล่องลอยไปที่ไหนสักที่หนึ่งเมื่อเธอสอดนิ้วเข้ามาในร่างกายผม
คุ้มจริงๆ ครับกับเงินสองพันห้าร้อยบาทในคืนที่เธอคนนั้นทิ้งผมไปแบบนี้
ผมและเธอคงจะล่องลอยกันไปเรื่อยๆ ตลอดทั้งคืน
ก็นี่มันเพิ่งจะเป็นแค่จุดเริ่มต้นของคืนเองนี่ครับ....