“จะดีเหรอ คีบอีแตะเนี่ยนะ” ผิงเอ่ยถาม ผิงวัยยี่สิบห้าเป็นสาวตัวกลมหน้าตาจิ้มลิ้ม
เธอเป็นเพื่อนสนิทข้างบ้านซึ่งโตมากับผม เราเรียนอนุบาลและประถมมาด้วยกัน
พอมัธยมผมเข้าโรงเรียนสตรี ผิงก็ตามไปเข้าที่เดียวกับผมอีก
พอเข้ามหาลัยผมอยากเรียนนิเทศ ผิงก็เลือกเรียนเหมือนกัน
จนตอนนี้เราสองคนก็ได้มาทำงานเป็นนักข่าวให้หนังสือพิมพ์เดียวกัน
ตอนนี้เราสองคนยืนอยู่หน้าผับชื่อดังของเมืองเล็กๆ
ในประเทศที่ติดกับชายแดนไทยทางภาคใต้ เ
รามาทำข่าวการผู้นำของสองประเทศเปิดตลาดสินค้าใหม่
“เออนะไปเหอะ” ผมรบเร้า เพราะได้ยินมาจากชาวบ้านว่านี่เป็นผับที่เด็ดที่สุดของเมืองนี้
ผมอยากจะรีบๆ เข้าไปดูซะแล้ว
“ไม่เอาอ่ะ มึงแต่งตัวซะดีเลย กูใส่แตะ จะเข้าได้เหรอวะ”
ดีตรงไหนเนี่ย ผมคิด ก็แค่กางเกงขาสั้นเลยเข่ามานิด เสื้อยืดแล้วก็รองเท้าผ้าใบ
ผมเดินกลับไปที่รถ เปิดประตูเอารองเท้าแตะออกมา ถอดรองเท้าผ้าใบโยนเข้าไป
“อ่ะ เหมือนกันละ เลิกบ่นได้แล้ว ไปได้ยังวะ”
ผมปิดประตูรถ หันหน้ากลับมาก็เห็นยัยผิงพยักหน้าหงึกๆ ทำท่าดีใจแบบผู้ชนะซะแล้ว
ผมเดินนำไปโดยที่มียัยผิงเดินตามมาใกล้ๆ
ข้างในมีพวกนักข่าวของอีกหนังสือพิมพ์สามคนซึ่งรู้จักกับพวกเราดีรออยู่แล้ว
“หวัดดีพี่” ผมกับยัยผิงยกมือไหว้พี่ๆ ทั้งสามคน
มองไปรอบๆ มีคนท้องถิ่นหน้าตาจีนๆ ยืนอยู่หลายโต๊ะ
แต่ทุกๆโต๊ะจะมีผู้หญิงหุ่นดีอย่างน้อยสองคนคอยยืนบริการและคุยด้วย
ผมได้ยินมาว่าผู้หญิงที่ทำงานที่นี่เกือบทั้งหมดเป็นคนไทย
บนเวทีก็มีวงดนตรีเล่นสด แต่ร้องเพลงจีนที่ผมไม่ค่อยจะเข้าใจเท่าไหร่
ไม่สิ ไม่เข้าใจสักนิดเลยมากกว่า
“พนันกันมะไอ้ตาล คืนนี้มึงต้องถ่ายรูป กับผู้หญิงให้ได้สิบคน” ยัยผิงท้าผม
“อ้าว ชนะแล้วกูได้ไรล่ะ” ผมถาม
“ไม่ได้ไร นอกจากความมัน” เวรกรรม
ตอบอย่างงี้แล้วผมจะทำตามคำท้าของมันทำไมครับเนี่ย ไม่ได้อะไรเลย
“มึงไม่กล้าอะดิ อ่อนแอว่ะ ถอดลายแล้วหรอวะ”
“เออ ก็ได้” ผมรับคำท้าเสมอเวลาที่มันว่าผมอ่อนแอ
ก็สมัยเรียนผมใช่ย่อยซะที่ไหนล่ะ ผมเป็นทอมตัวเล็กๆ
หน้าตาอินโนเซ้นของผมนี่แหละที่เป็นจุดขายเลย สาวๆ หลายคนหลงเพราะคิดว่าผมคงไม่ร้ายอะไรนัก
ผมเริ่มสอดส่ายสายตามองไปรอบๆ อีกครั้ง
แล้วก็ไปปะทะกับสายตาคู่หนึ่งของสาวผิวคล้ำหน้าตาคมเข้มที่ยืนอยู่โต๊ะข้างๆ
เธอกำลังมองมาที่ผมอยู่พอดี ผมทำปากเป็นเชิงถามว่า “คนไทยหรือปล่าว” เหมือนเบียร์ช้างเลย
เธอชี้ไปที่ตัวเองแล้วพยักหน้า แล้วเดินมาที่โต๊ะผม
ผู้ชายสองคนทื่ยืนอยู่โต๊ะเดียวกับเธอมองมาที่ผมด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตรอย่างเห็นได้ชัด
“พี่คนไทยหรอคะ ชื่ออะไรเหรอ” เธอพูดพร้อมกับมือที่ลูบไปที่เอวผม
“ชื่อตาลฮะ แล้วน้องชื่ออะไรล่ะ น้องๆ ที่นี่คนไทยหมดเลยเหรอ ” ผมถาม
“ชื่อบีค่ะ ค่ะนักร้องยันเด็กเสิร์ฟก็คนไทยหมดแหละค่ะ”
เธอตอบ ผมชวนเธอมาถ่ายรูปด้วยซึ่งเธอก็ถ่ายอย่างเต็มใจ
แถมยังกอดผมซะแน่น เป็นจังหวะเดียวกับที่นักร้องสาวบนเวทีร้องเพลงไทย
เธอถามผมว่าร้องเพลงนี้ได้ไหม
พอผมบอกว่าได้ น้องบีก็จูงมือผมขึ้นไปบนเวทีแล้วส่งไมค์ให้ผมทันที
ผมงงๆ แต่ก็สวมวิญญาณนักร้องคาราโอเกะที่ร้านลาบแถวบ้าน
ร้องจนจบเพลงทั้งๆ ที่เขินๆ นั่นแหละ เสียงผู้คนตบมือเป่าปากกันเกรียว
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะว่าผมร้องเพราะ หรือพวกเขาดีใจที่ผมร้องจบเพลงซะที
ลงจากเวทีผมก็รีบเดินไปห้องน้ำทันที ก็เมื่อตะกี๊ตอนร้องเพลงผมตื่นเต้นจนฉี่แทบราดนี่นา
“ร้องเพลงเพราะจัง คนไทยเหรอคะ”
เสียงหวานๆ ทักทายมาจากทางด้านหลังในขณะที่ผมรอเข้าห้องน้ำอยู่
“ฮะ คนไทย” ผมตอบได้ไม่ยาวนัก เพราะว่าปวดฉี่มาก
พอประตูห้องน้ำเปิด ผมก็รีบก้าวเข้าไปทันที แต่ทว่า
น้องเสียงหวานคนนั้นดันผลักประตูแล้วเดินตามผมเข้ามาด้วย
“พี่น่ารักจัง ขอเบอร์หน่อยได้ไหมคะ” โอ้วมารยาทสูงส่งมาก
มาขออะไรตอนนี้ฟระเนี่ย แต่ให้อภัยได้เพราะความขาวและอึ๋มของน้องเค้า
ผมไม่กล้าไล่น้องเค้าออกไป กลัวไล่แล้วไม่กลับมาอีก
“หันไปก่อนได้ปะ พี่ขอฉิ๊งฉ่องก่อน” ผมบอก
เธอหันหน้าไปทางประตูแล้วยืนรออย่างไม่อิดออด
พอหายปวดฉี่ ความบ้ากามของผมกลับมาทันที
ผมยืนขึ้นกดตัวเธอให้พิงกับผนังห้องน้ำ เธอไม่ขัดขืน
ผมค่อยๆ ไซร้ซอกคอเธอ มือของผมก็พยายามที่จะล้วงเข้าไปในเสื้อของเธอ
“พี่หนูขอเบอร์พี่หน่อยได้ไหมคะ” น้องเค้าพูดเสียงสั่น
“แลกกันนะครับ ว่าแต่ว่า พี่ขอหนู ได้มั๊ย” ผมกระซิบเบาๆ ตรงข้างหู
น้องขาวอึ๋มขนลุกอย่างเห็นได้ชัด เธอไม่ตอบ แต่ก็ไม่ได้ขัดขืน
เธอดันตัวขึ้นมานิดหนึ่งจากฝาผนัง ผมจึงล้วงเข้าไปปลดสายเสื้อในเธอได้สะดวกนัก
ผมถลกเสื้อของเธอขึ้นและมองไปที่หน้าอกขาวสวยของเธออย่างเต็มตา
น่าจะสักสามสิบสี่ได้มั๊ง แต่ช่างเหอะ ผมไม่ใช่ช่างตัดเสื้อนี่ครับ
หน้าที่ของผมตอนนี้ไม่ใช่จะมาวัดขนาดหน้าอกของเธอสักหน่อย
มือทั้งสองข้างของผมขยำหน้าอกของเธอ สลับกับการเขี่ยไปที่ยอดของพวกมันทั้งสอง
เธอครางเสียงกระเส่า จนผมต้องใช้ปากของผมจัดการบดบังเสียงของเธอเอาไว้
ผมสอดขาของผมเข้าไประหว่างขาทั้งสองข้างของเธอที่ยืนอยู่ เธอกอดผมแน่น
ผมเลื่อนปากลงมาจัดการกับหน้าอกของเธอ
มือของเธอตอนนี้จับแน่นอยู่ที่หัวของผม
เธอแอ่นหน้าอกสู้ลิ้นผมที่ตวัดไปมาทั้งสองข้าง
ผมปลดกระดุมกางเกงยีนส์ของเธอโดยที่เธอขยับช่วยผม
ไม่นานกางเกงยีนส์พร้อมด้วยกางเกงในตัวจิ๋วของเธอก็เลื่อนลงมาอยู่ที่เข่า
ผมรีบจัดการกับเธอที่อยู่ตรงหน้าทันที
เพราะมีเสียงเคาะประตูดังอยู่หลายครั้ง ก็ห้องน้ำมันมีอยู่แค่สองห้องเองนี่นา
ผมรีบสอดนิ้วเข้าไปในน้องสาวของเธอที่เปียกชุ่มพร้อมสู้ศึก
ผมค่อยๆสอดนิ้วเข้าไปทีละนิ้ว แต่เข้าได้แค่สองนิ้วก็แน่นไปหมด
น้องสาวของเธอบีบรัดนิ้วของผมจนปวด ผมเคยคิดว่าผู้หญิงที่ทำงานแบบนี้คงจะไม่ฟิตแล้ว
แต่กับเธอคนนี้ ผิดคาดจริงๆ ฮะ
ผมจับเธอให้หันหลังให้ผมแล้วหันหน้าชนกำแพง
คราวนี้ผมขยับนิ้วเข้าไปได้ง่ายขึ้น ผมค่อยๆ ขยับนิ้วเข้าออก
ส่วนมืออีกข้างก็คลึงสองเต้าของเธอไปด้วย
เธอร้องครางเสียงดังจนผมต้องเคลื่อนมือจากเต้าไปปิดปากเธอไว้
แต่เธอกลับกัดมือผม ผมทั้งเจ็บทั้งมัน
เธอใช้มือทั้งสองข้างของเธอคลึงเคล้นสองเต้าของตัวเอง
เสียงเคาะประตูที่ดังไม่หยุดทำให้เราสองคนต้องเร่งมือ
ผมซอยแบบสุดแรงเกิด จนน้องสาวของเธอกระตุกปล่อยน้ำออกมาจนชุ่มมือผม
ส่วนร่างกายผมก็เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อจากการออกกำลังกายตอนดึกในที่แคบๆ แบบนี้
ผมจูบรอยสักรูปดาวที่ต้นคอเธอเบาๆ แล้วจึงค่อยๆ ดึงมือออก
ผมไม่ลืมที่จะหยิบมือถือออกมาถ่ายรูปคู่กับเธอ แล้วก็กดเบอร์ตัวเองให้เธอไป
มีผู้หญิงสองสามคนยืนรออยู่หน้าห้องน้ำตอนที่เราสองคนออกมา
ผมไม่ได้สนใจอะไรมากมายนอกจากรู้ว่า มีคนหนึ่งดัดฟัน น่ารักมาก
ผมเดินผ่านพวกเธอเพื่อไปล้างมือ ส่วนน้องคนเมื่อตะกี๊ออกจากห้องน้ำไปแล้ว
ตายละ ชื่ออะไรผมก็ไม่รู้ซะด้วยสิ
“เข้าไปทำอะไรตั้งนานสองนานคะพี่” เสียงหวานๆ อีกเสียงแล้ว
ผมเงยหน้ามองเงาในกระจก น้องคนที่ดัดฟันนั่นเอง
แจ็กพอตสิครับงานนี้ สเป็คเลย ขาวๆ หมวยๆ สูงๆ ดัดฟัน
ผมยิ้มให้เธอในกระจก แต่ไม่ได้ตอบอะไรไป
เธอเดินเข้ามากอดผมจากทางด้านหลัง
กระซิบเบาๆ ที่ข้างหูผม
“พี่ชอบไอยุ้ยจริงๆ หรอ มันไม่ได้ชอบทอมหรอก แต่หนูนี่ดี้ของแท้นะพี่
แล้วหนูก็ชอบพี่ด้วย”